การสรรหา กสทช.

การสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ชุดแรก
          การดำเนินการเลือกและแต่งตั้งกรรมการ กสทช. ชุดแรกนี้ เป็นไปตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ กล่าวคือเมื่อมีการดำเนินการตามหมวด ๑ ส่วนที่ ๒ ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้รายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช. โดยวิธีการคัดเลือกกันเอง จำนวน ๒๒ คน เป็นบัญชีที่ ๑ และดำเนินการตามหมวด ๑ ส่วนที่ ๓ ของพระราชบัญญัติดังกล่าวได้รายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช. โดยวิธีการสรรหา จำนวน ๒๒ คน เป็นบัญชีที่ ๒ แล้ว เลขาธิการวุฒิสภาในฐานะฝ่ายธุรการในการดำเนินการสรรหาและคัดเลือก กสทช. นำรายชื่อผู้สมควรได้รับคัดเลือกเป็น กสทช. รวมทั้ง ๒ บัญชี จำนวน ๔๔ คน พร้อมประวัติและผลงานของแต่ละบุคคลเสนอเพื่อให้วุฒิสภาดำเนินการเลือก กสทช. ซึ่งบุคคลผู้สมควรได้รับเลือกเป็น กสทช. ในแต่ละบัญชีมีดังนี้

โดยวิธีการคัดเลือกกันเอง (บัญชีที่ ๑) ๒๒ คน
  • ด้านกิจการกระจายเสียง ๒ คน
  • ด้านกิจการโทรทัศน์ ๒ คน
  • ด้านโทรคมนาคม ๔ คน
  • ด้านนิติศาสตร์ ๔ คน
  • ด้านเศรษฐศาสตร์ ๔ คน
  • ด้านการคุ้มครองฯ อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ๒ คน
  • ด้านการคุ้มครองฯ อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ๒ คน
  • ด้านการศึกษา วัฒนธรรมฯ อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ๒ คน
โดย วิธีการสรรหา (บัญชีที่ ๒) ๒๒ คน
  • มาตรา ๖ วงเล็บ ๑ ด้านกิจการกระจายเสียง ๒ คน
  • มาตรา ๖ วงเล็บ ๑ ด้านกิจการโทรทัศน์ ๒ คน
  • มาตรา ๖ วงเล็บ ๒ ด้านกิจการโทรคมนาคม ๔ คน
  • มาตรา ๖ วงเล็บ ๓ ด้านกฎหมาย อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ๔ คน 
  • มาตรา ๖ วงเล็บ ๓ ด้านเศรษฐศาสตร์ อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ๔ คน
  • มาตรา ๖ วงเล็บ ๔ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ๒ คน
  • มาตรา ๖ วงเล็บ ๔ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือด้านส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ๒ คน
  • มาตรา ๖ วงเล็บ ๕ ด้านการศึกษาด้านวัฒนธรรม หรือการพัฒนาสังคม อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ๒ คน
          ต่อมาประธานวุฒิสภาได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้สมควรได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อเสนอให้สมาชิกวุฒิสภาทราบและประกอบการพิจารณาคัดเลือก

          ในวันจันทร์ที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ เวลา ๑๐.๑๐ น. วุฒิสภาได้มีการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญทั่วไป) ซึ่งประธานของที่ประชุมได้เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องด่วน คือ เลือกกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เมื่อประธานคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เสนอรายงานของคณะกรรมาธิการสามัญฯ ในส่วนที่หนึ่ง ซึ่งเป็นรายงานโดยเปิดเผย หลังจากสมาชิกฯ อภิปรายแล้ว ประธานของที่ประชุมได้ดำเนินการประชุมลับตามที่คณะกรรมาธิการฯ ร้องขอตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๑๐๘ เพื่อพิจารณารายงานฯ ในส่วนที่สอง ซึ่งเป็นรายงานลับตามข้อบังคับฯ ข้อ ๑๐๖ วรรคสอง เมื่อประธานคณะกรรมาธิการสามัญฯ เสนอรายงาน และได้มีสมาชิกฯ อภิปรายจนได้เวลาพอสมควรแล้ว ประธานของที่ประชุมได้ดำเนินการประชุมโดยเปิดเผย และที่ประชุมได้ลงมติเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อ โดยวิธีการออกเสียงลงคะแนนลับด้วยการใช้บัตรออกเสียงลงคะแนนจำนวน ๑๑ คน ผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดตามลำดับที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในแต่ละด้าน ดังนี้
๑. ด้านกิจการกระจายเสียงตามมาตรา ๖ (๑) จำนวน ๑ คน คือ พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี 
๒. ด้านกิจการโทรทัศน์ ตามมาตรา ๖ (๑) จำนวน ๑ คน คือ พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ
๓. ด้านกิจการโทรคมนาคม ตามมาตรา ๖ (๒) จำนวน ๒ คน คือ พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ และ พันเอก นที ศุกลรัตน์ 
๔. ด้านกฎหมาย ตามมาตรา ๖ (๓) จำนวน ๒ คน คือ นายสุทธิพล ทวีชัยการ และพันตำรวจเอก ทวีศักดิ์ งามสง่า 
๕. ด้านเศรษฐศาสตร์ ตามมาตรา ๖ (๓) จำนวน ๒ คน คือ รองศาสตราจารย์ ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์
๖. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคฯ กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ตามมาตรา ๖ (๔) จำนวน ๑ คน คือนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ 
๗. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคฯ กิจการโทรคมนาคมตามมาตรา ๖ (๔) จำนวน ๑ คน คือ นาย ประวิทย์ ลีสถาพรวงศา
๘. ด้านการศึกษา วัฒนธรรมฯ อันเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมตามมาตรา ๖ (๕) จำนวน ๑ คน คือ พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร

          บุคคลดังกล่าวจำนวน ๑๑ คนนี้จึงเป็นผู้ได้รับเลือกจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติประธานวุฒิสภาได้นำรายชื่อดังกล่าวแจ้งไปยังผู้ได้รับเลือกทราบตามมาตรา ๑๗ วรรคหนึ่งและแจ้งผลดังกล่าวให้สำนักงาน กสทช. เพื่อดำเนินการเลือกประธานและรองประธาน ๒ คนตามมาตรา ๑๗ วรรคสาม

          วันที่ ๑๒ กันยายน พ. ศ. ๒๕๕๔ สำนักงาน กสทช. ได้เชิญบุคคลทั้ง ๑๑ คน ที่ได้รับเลือกจากวุฒิสภาเข้าร่วมประชุมกันเพื่อเลือกประธานและรองประธาน ๒ คน ซึ่งที่ประชุมออกเสียงเป็นเอกฉันท์เลือกพลอากาศเอกธเรศ ปุณศรี เป็นประธาน แล้วมีการประชุมลับเพื่อลงมติเลือกรองประธาน ๒ คนผลการลงมติได้ พันเอก นที ศุกลรัตน์ และพันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ เป็นรองประธาน สำนักงาน กสทช. ได้แจ้งผลการเลือกนี้ให้ประธานวุฒิสภาทราบ

          วันที่ ๑๙ กันยายน พ. ศ. ๒๕๕๔ เลขาธิการวุฒิสภาเสนอผลการคัดเลือก กสทช. ซึ่งประกอบด้วยประธาน ๑ คนรองประธาน ๒ คน และกรรมการอีก ๘ คน ให้ประธานวุฒิสภา เพื่อแจ้งผลการคัดเลือก กสทช. ให้นายกรัฐมนตรีนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

          วันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ สำนักราชเลขาธิการเสนอที่ประชุมองคมนตรีเพื่อตรวจสอบและกลั่นกรองก่อนนำความกราบบังคมทูล

          วันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติจำนวน ๑๑ รายดังนี้
๑. พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี เป็นประธานกรรมการ 
๒. พันเอก นที ศุกลรัตน์ เป็นรองประธานกรรมการ 
๓. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ เป็นรองประธานกรรมการ 
๔. พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ เป็นกรรมการ
๕. นายสุทธิพล ทวีชัยการ เป็นกรรมการ
๖. พันตำรวจเอก ทวีศักดิ์ งามสง่า เป็นกรรมการ
๗. นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ เป็นกรรมการ
๘. นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ เป็นกรรมการ
๙. นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ เป็นกรรมการ
๑๐. นายประวิทย์ ลีสถาพรวงศา     เป็นกรรมการ
๑๑. พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร เป็นกรรมการ

          ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไปหน้า ๒๑ เล่ม ๑๒๘ ตอนพิเศษ ๑๑๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔

สร้างโดย  - 2fellows  admin (1/2/2559 14:02:48)