การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz สิ้นสุดลงแล้ว เคาะราคาทะลุ 8 หมื่นล้านบาท “เอไอเอส-ทรู” ได้บริษัทละหนึ่งใบอนุญาต

    พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กล่าวว่า การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในวันนี้ (12 พ.ย. 2558)จบลงอย่างสวยงาม การประมูลมีการแข่งขันราคากันดุเดือดสองวันต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการในการใช้คลื่นความถี่ของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ประเทศจะก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีโทรคมนาคมที่ทันสมัย ประชาชนได้ประโยชน์จากการใช้บริการที่มีคุณภาพและราคายุติธรรม สร้างโครงข่ายการสื่อสารเพื่อเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิตอลตามนโยบายของรัฐบาล และยังสามารถนำรายได้จากการประมูลส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป

    พ.อ. ดร. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองประธาน กสทช.) ในฐานะประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (ประธาน กทค.) กล่าวว่า ผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 MHz ในวันที่ 11 พ.ย. 2558 โดยการประมูลได้เริ่มต้นเมื่อเวลา 10.00 น. และได้สิ้นสุดลงเวลา 19.05 น. ในวันที่ 12 พ.ย. 2558 ซึ่งใช้รอบในการประมูลจำนวน 86 รอบ และมีราคาประมูลรวมของคลื่นความถี่ 2 ชุด เท่ากับ 80,778 ล้านบาท โดยมีผู้ชนะการประมูลในแต่ละชุดคลื่นความถี่ ดังนี้

    1. ชุดที่หนึ่ง คลื่นความถี่ 1710-1725 MHz คู่กับ 1805-1820 MHz ผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ราคาสุดท้ายที่เสนอ 39,792 ล้านบาท และ

    2. ชุดที่สอง คลื่นความถี่ 1725-1740 MHz คู่กับ 1820-1835 MHz ผู้ชนะการประมูล คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ราคาสุดท้ายที่เสนอ 40,986 ล้านบาท

    สำหรับผู้ไม่ชนะการประมูลประกอบด้วย บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ชุดคลื่นความถี่สุดท้ายที่เสนอ คือ ชุดที่ 1 ราคาสุดท้ายที่เสนอ 38,996 ล้านบาท และบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ชุดคลื่นความถี่สุดท้ายที่เสนอ คือ ชุดที่ 1 ราคาสุดท้ายที่เสนอ 17,504 ล้านบาท

    คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมจึงขอประกาศผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และให้การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในครั้งนี้สิ้นสุดลง

    นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมบนคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ทั้งสองใบอนุญาตมีอายุ 18 ปี โดยขั้นตอนจากนี้ กทค. จะมีการประชุมเพื่อรับรองผลการประมูลอย่างเป็นทางการ และสำนักงาน กสทช. จะประกาศผลการประมูลอย่างเป็นทางการภายใน 7 วัน จากนั้น กสทช. จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามให้แก่ผู้เข้าร่วมการประมูลภายหลังจากผู้เข้าร่วมการประมูลได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตอย่างครบถ้วน ถูกต้องภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประมูล

    สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz กสทช. ได้กำหนดมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคไว้ในเงื่อนไขท้ายใบอนุญาต โดยกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมประชากร 40% ภายใน 4 ปี และต้องครอบคลุมประชากร 50% ภายใน 8 ปี  ในส่วนของอัตราค่าบริการ 4G จะต้องมีอัตราค่าบริการถูกกว่าอัตราค่าบริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน

    นอกจากนั้นผู้รับใบอนุญาตจะต้องจัดให้มีแพ็คเกจราคาประหยัดสำหรับผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีรายได้น้อยคือมีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท โดยผู้รับใบอนุญาตจะต้องส่งแผนต่อ กทค. ก่อนเริ่มให้บริการ และต้องดำเนินการตามแผนภายใน 1 ปี นับจากวันที่เริ่มให้บริการ

    “การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ในครั้งนี้ ดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส และยุติธรรม โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนและรัฐเป็นที่ตั้ง รวมทั้งสร้างความสมดุลบนการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรมให้เกิดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม” นายฐากร กล่าว

สร้างโดย   - admin NBTC