บอร์ดกระจายเสียง/กสทช. แถลงผลการประชุมวันที่ 30 กันยายน 2556

บอร์ดกระจายเสียง/กสทช. อนุมัติเห็นชอบคำขอทดลองวิทยุประกอบวิทยุกระจายเสียงเพิ่มอีก 49 รายเป็น 2,844 ราย ทั้งมีมติให้สำนักงาน กสทช. ทำหนังสือชี้แจงกลับไปยังบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ถึงประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ.2556 ภายหลังจากที่ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ทำหนังสือชี้แจงถึงการไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท จันทร์ 25 จำกัด มายังสำนักงานกสทช.

            พ.อ. ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองประธาน กสทช.) ในฐานะประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ประธาน กสท.) กล่าวว่า วันนี้ (30 กันยายน 2556) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีเรื่องสำคัญ ดังนี้

            เรื่องที่ 1 ที่ประชุม กสท. มีมติเห็นชอบคำขอทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง จำนวน 49 ราย แบ่งเป็นกิจการบริการธุรกิจ 42 ราย กิจการบริการสาธารณะ 2 ราย และกิจการบริการชุมชน 5 ราย รวมทั้งสิ้น 2,844 ราย

            เรื่องที่ 2 ที่ประชุม กสท. อนุมัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. .... ในหัวข้อการอนุญาตและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์บริการสาธารณะ ประเภทที่ 2 เพื่อความมั่นคงของรัฐและเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ เพื่อนำไปสู่การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อไป

            เรื่องที่ 3 ที่ประชุม กสท. อนุมัติการขยายเวลาดำเนินการเรื่องใบอนุญาตวิทยุคมนาคมสำหรับผู้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ทั้งนี้ หลังจากที่ได้รับการอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน แต่ด้วยจำนวนห้องปฎิบัติการทดสอบในการทดสอบมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงสำหรับการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงยังไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบ เนื่องจากจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตมีจำนวนมาก จึงขยายเวลาออกไปอีก 1 ปีหลังจากได้รับการอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง

                         พอ. ดร. นที กล่าวว่า เรื่องที่ 4 กรณี บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด         ทำหนังสือชี้แจงถึงการไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท จันทร์ 25 จำกัด ที่ประชุม กสท. มีมติให้สำนักงาน กสทช. ทำหนังสือชี้แจงกลับไปยังบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ถึงประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ.2556 ที่กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตมีสิทธิยื่นคำขอรับใบอนุญาตไม่เกินรายละหนึ่งใบอนุญาตของแต่ละหมวดหมู่ ประกอบกับข้อ 7.2 ของประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกให้ใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์เพื่อประกอบกิจการทางธุรกิจ พ.ศ.2556 กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตที่มีสิทธิเข้าร่วมประมูลจะต้องไม่เป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน   นั่นคือ จะต้องไม่มีเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการของผู้เข้าร่วมการประมูลรายอื่น เช่น การเป็นผู้ที่เกี่ยวโยงกัน เป็นผู้มีอำนาจควบคุม เป็นบริษัทใหญ่หรือบริษัทย่อย เป็นต้น โดยการที่ผู้เข้าร่วมประมูลมีผู้ถือหุ้นเดียวกันเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้เข้าร่วมการประมูลนั้น ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่          ซึ่งเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน ดังนั้น หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตฯ ตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปเป็นผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันแล้ว กรณีดังกล่าวอาจเป็นเหตุให้อาจถูกตัดรายชื่อออกจากการเป็นผู้เข้าร่วมการประมูลได้

            เรื่องที่ 5 ที่ประชุม กสท. เห็นชอบผลการพิจารณาตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของสัญญาต่างตอบแทนร่วมดำเนินกิจการเพื่อส่งโทรทัศน์สี ระหว่างกองทัพบก กับ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด และเห็นชอบผลการวิเคราะห์การพิจารณาความจำเป็นการใช้คลื่นความถี่ และกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ของกิจการโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 (บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด) โดยรับทราบถึงข้อสังเกตจากคณะอนุกรรมการพิจารณาสัญญาสัมปทานด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และอนุกรรมการพิจารณาความจำเป็นการใช้คลื่นความถี่ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ประกอบกับพิจารณาในประเด็นของประโยชน์สาธารณะ ความจำเป็นในการประกอบกิจการ และการใช้คลื่นความถี่ จึงเห็นควรกำหนดระยะเวลาการถือครองคลื่นความถี่เพื่อให้สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ใช้ในการประกอบกิจการภายในระยะเวลาที่สัญญาร่วมดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์สี ระหว่างกองทัพบก และบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ยังคงมีผลผูกพันอยู่โดยชอบด้วยกฎหมาย และกำหนดให้คืนคลื่นความถี่ตามมาตรา 83 วรรค 3 แห่งพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นคมถี่ฯ พ.ศ. 2553 เมื่อสัญญาร่วมดำเนินกิจการสิ้นสุดลง ทั้งนี้ เห็นควรออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ระบบอนาล็อก ให้แก่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 (บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด) ตามมาตรา 75 แห่งพ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยให้มีอายุใบอนุญาตตามระยะเวลาสัญญาร่วมดำเนินการที่เหลืออยู่ หรือตามที่สัญญาร่วมดำเนินการยุติลง

            เรื่องที่ 6 ที่ประชุม กสท. พิจารณาการยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ แล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลของประเทศไทย และประโยชน์สาธารณะอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นควรอนุญาตให้กองทัพบก ได้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล อีก 1 ใบอนุญาต เป็นระยะเวลา 15 ปีนับตั้งแต่วันที่มีมติ

            ทั้งนี้ กองทัพบกต้องจัดทำแผนการดำเนินการในการบุติบทบาทการเป็นผู้ให้สัญญาหรือสัมปทานในการดำเนินการให้บริการโทรทัศน์ระบบอนาล็อก ภายใน 5 ปีตามที่แจ้งความประสงค์ไว้กับ กสท. โดยจะต้องนำเสนอแผนต่อ กสท. ภายในระยะเวลา 2 ปี หลังจากได้รับอนุญาตแล้ว และกรณีที่ กสท. ปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนแผนความถี่วิทยุสำหรับกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล เพื่อให้มีการใช้งานความถี่อย่างมีประสิทธิภาพหรือ เพื่อประโยชน์สาธารณะ ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ จะต้องดำเนินปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์โครงข่ายเพื่อให้บริการให้สามารถใช้งานกับคลื่นความถี่ที่กำหนดในแผนความถี่ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีสิทธิเรียกร้องความเสียหายใดๆจาก กสท. หรือสำนักงาน กสทช.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สร้างโดย   - admin NBTC