บอร์ดกระจายเสียง / กสท. แถลงผลการประชุม ประจำวันที่ 25 กรกฎาคม 2559

   วันนี้ (25 ก.ค. 2559) ผศ.ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช.สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 24/2559 ไม่เห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบจากการยุติการให้บริการของบริษัท ซีทีเอช เคเบิล ทีวี จำกัด ที่ให้บริการผ่านช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม ระบบ Ku-Band  ตามที่ซีทีเอชเสนอ เนื่องจากมาตรการเยียวยาดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม โดยมอบหมายให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ดำเนินการให้ซีทีเอช เสนอแผนเยียวยาผู้บริโภคเพิ่มเติมให้ครอบคลุมการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันนับแต่วันที่รับทราบมติ กสท.

    นอกจากนี้ กสท. มีมติมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งเตือนให้ซีทีเอช ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการอนุญาตข้อ 5(1) คือ ผู้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการตามมาตรฐานทางเทคนิคที่ระบุไว้ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

    ต่อมาที่ประชุม กสท. พิจารณากรณีผู้ประกอบการออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และคดียังไม่ถึงที่สุดว่าผู้ให้บริการได้กระทำความผิดจริง การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ตามมาตรา 31 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และข้อ 5(1) ของประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 กสท. มีคำสั่งทางปกครองให้ผู้ประกอบการ จำนวน 3 ราย ได้แก่ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด ช่องรายการ GMM 25 สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จังหวัดชลบุรี FM 104.25 MHz โดยบริษัท เสียงสำราญ จำกัด และ สถานีวิทยุกระจายเสียงอัพไฮน์ เอฟ เอ็ม คลื่นความถี่ FM 97.50 MHz

ระงับการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายดังกล่าวและผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตให้โฆษณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทันที หากยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จะใช้มาตรการทางปกครองกำหนดโทษปรับวันละ 20,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และภายหลังลงโทษปรับแล้วยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง กสท. จะสั่งให้พักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 7 วัน

    ทั้งนี้ หากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้มีหนังสือมายังสำนักงาน กสทช. ว่าการออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นการดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตให้โฆษณาตามกฎหมาย ให้สำนักงาน กสทช. นำเสนอต่อที่ประชุม กสท. เพื่อพิจารณาภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

นอกจากนี้ มีคำสั่งทางปกครองให้สถานีวิทยุกระจายเสียงท่าจีน ระบบเอฟเอ็ม คลื่นความถี่ ๑๐๗.๒๕ เมกะเฮริตซ์
ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ท่าจีน โปรโมชั่น ยุติการออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวและผลิตภัณฑ์อื่นใดที่ไม่ได้รับอนุญาตให้โฆษณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทันที หากหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ปรับทางปกครองจำนวน 50,000 บาท และปรับอีกวันละ 50,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ซึ่งค่าปรับดังกล่าวเป็นไปตามหลักการกำหนดค่าปรับทางปกครอง มาตรา 77 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553

    และมีคำสั่งทางปกครองให้บริษัท เอช พลัส แชนแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ช่องรายการ H Plus Channel ระงับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์
โดยยุติการออกอากาศโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตให้โฆษณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ปรับทางปกครองจำนวน 500,000 บาท และปรับอีกวันละ 100,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และเมื่อได้ออกคำสั่งไปแล้วให้สำนักที่เกี่ยวข้องทำการบันทึกประวัติของผู้ประกอบกิจการฯ มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. มีหนังสือถึงผู้ประกอบการโครงข่าย ได้แก่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด บริษัท บิ๊กโฟร์ แซทเทลไลท์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท ลีโอ เทคโนโลยี แอนด์ มาร์เกตติ้ง จำกัด บริษัท ไอพีเอ็ม แพลทฟอร์ม จำกัด บริษัท ไดน่าแซท คอมมูนิเคชั่น จำกัด และ บริษัท พีเอสไอ บรอดคาสติ้ง จำกัด เพื่อทราบผลการพิจารณาและคำสั่งให้ระงับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคของช่องรายการ H Plus Channel ที่ออกอากาศโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย พร้อมทั้งให้ผู้ให้บริการโครงข่ายฯ ดังกล่าว ติดตาม กำกับดูแลมิให้ช่องรายการ H Plus Channel มีการกระทำอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอีก

    นอกจากนี้ ที่ประชุม กสท. มอบหมาย สำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งมาตรการทางปกครองไปยัง บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด หรือช่อง 3 HD บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด หรือช่อง 7 HD และบริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด หรือช่อง Workpoint TV ให้ระงับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ข้อ 5 (8) อย่างเคร่งครัด เนื่องจาก มีการออกอากาศรายการโดยมีการโฆษณาบริการและสินค้าเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หากไม่ปฏิบัติตามและยังมีการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคโดยมีการโฆษณาบริการและสินค้าเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการปรับทางปกครองต่อบริษัทฯ เป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาท และปรับอีกวันละ  50,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติตามคำสั่ง

และมอบหมาย สำนักงาน กสทช. มีหนังสือถึงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และกองทัพบก ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ และช่องทางการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ของทั้ง 3 ช่อง เพื่อแจ้งผลการพิจารณาและคำสั่งให้ระงับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคของช่องรายการมีการออกอากาศรายการโดยมีการโฆษณาบริการหรือสินค้าเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งให้ผู้ให้บริการโครงข่ายฯ ติดตาม กำกับดูแล เพื่อมิให้มีการกระทำอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอีก

    นอกจากนี้ ประชุม กสท. มีมติให้สำนักงาน กสทช. ทำหนังสือตอบคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) และคณะทำงานพิจารณาการขอรับการสนับสนุนงบประมาณการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31 ปี 2016 ของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) รายการการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเป็นหนึ่งในรายการตามที่กำหนดในประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นประกาศที่ออกตามมาตรา 36 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการโทรทัศน์ที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรม และเพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนด้อยโอกาสให้เข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากรายการของกิจการโทรทัศน์ได้อย่างเสมอภาคกับบุคคลทั่วไป ซึ่งถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จึงเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารกองทุน กทปส. ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 52 แห่งพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551และให้สำนักงาน กสทช. ทำหนังสือถึงทรท.และผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ที่ได้รับสิทธิในการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31 ทุกราย ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเผยแพร่บริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยเคร่งครัด และเชิญทรท. และผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ดาวเทียมเข้าร่วมประชุมการชี้แจงและทำความเข้าใจกรณีการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 31
 

Create by  - 2fellows  admin (7/30/2016 11:54:37 AM)