สำนักงาน กสทช. สั่งปรับ บ.บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ 5 แสนบาท กรณีรายการไทยแลนด์ก็อททาเล้นท์ ซีซั่น 3 นำเสนอเนื้อหารายการที่ไม่เหมาะสม พร้อมสั่งปรับ บ.เมเจอร์ กันตนา บรอด แคสติ้ง จำกัด 5 หมื่นบาท กรณีไม่ตัดภาพยนตร์วันนรกกัดไม่เหลือซากส่วนที่มีเนื้อหาแสดงถึงความทารุณ สยดสยองออกก่อนนำออกอากาศทางช่อง M Channel

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือถึงบริษัท เมเจอร์ กันตนา บรอดแคสติ้ง จำกัด แจ้งให้ชำระค่าปรับทางปกครองเป็นเงิน 50,000 บาท สำหรับการกระทำความผิดครั้งแรก กรณีบริษัทฯ ละเลยไม่ดำเนินการตรวจสอบและระงับการออกอากาศภาพยนตร์ วันนรกกัดไม่เหลือซาก ทางช่องรายการ M Channel ในส่วนที่มีเนื้อหาที่แสดงถึงความทารุณ โหดร้าย และเนื้อหาที่สยดสยอง สะอิดสะเอียน อันมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจของประชาชนอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 37 วรรคแรก แห่งพ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 พร้อมกันนั้นได้มีหนังสือถึงบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด แจ้งให้ชำระค่าปรับทางปกครองเป็นเงิน 500,000 บาท สำหรับกรณีรายการไทยแลนด์ก็อททาเล้นท์ ซีซั่น 3 ปี 2013 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2556 เวลา 17.00-19.00 น.ที่มีการนำเสนอเนื้อหาที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 37 วรรคแรก แห่งพ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยให้ทั้งสองบริษัทชำระค่าปรับภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการพิจารณาโทษปรับทางปกครองนี้จากสำนักงาน กสทช. อนึ่ง ในกรณีที่ทั้งสองบริษัทฯ ไม่พอใจในคำสั่งดังกล่าว บริษัทฯ มีสิทธิคัดค้านโต้แย้ง โดยยื่นคำฟ้องเป็นคดีต่อศาลปกครองภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการพิจารณาโทษปรับทางปกครองจากสำนักงาน กสทช.
    “การกำหนดโทษปรับทางปกครองทั้ง 2 กรณี เป็นการดำเนินการเพื่อกำกับดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ของ กสทช. เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการพึงระมัดระวังในการนำเนื้อมาออกอากาศ ทั้งยังเป็นการคุ้มครองประชาชนผู้รับชมรายการให้ ไม่ต้องรับชมเนื้อหาข่าวสารที่ไม่เป็นประโยชน์และอาจมีผลกระทบจากการรับข่าวสารนั้น”
    นายฐากร ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีการพิจารณาโทษปรับทางปกครองกับบริษัท เมเจอร์ กันตนา บรอดแคสติ้ง จำกัด นั้น ได้มีผู้ร้องเรียนต่อสำนักงาน กสทช. ขอให้ดำเนินการตรวจสอบการออกอากาศรายการภาพยนตร์ วันนรกกัดไม่เหลือซาก ทางช่องรายการ M Channel เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2556 เวลา 20.00-22.00 น. ว่าภาพยนตร์ดังกล่าวมีเนื้อหาที่เน้นความรุนแรง โหดเหี้ยม และสยดสยอง ไม่สมควรที่จนำมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ต่อมาสำนักงาน กสทช. ได้แจ้งบริษัทฯ ในฐานะเป็นผู้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรทัศน์ในช่องดังกล่าวทราบข้อร้องเรียนและเชิญมาให้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2557 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช. ตามมาตรา 27 (6) ประกอบมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ได้พิจารณาข้อเท็จจริงและเทปบันทึกการออกอากาศภาพยนตร์ดังกล่าวในการประชุม ครั้งที่ 11/2557 แล้วเห็นว่า บริษัทฯ ละเลยไม่ดำเนินการตรวจสอบและระงับการออกอากาศภาพยนตร์ วันนรกกัดไม่เหลือซาก ในส่วนที่มีเนื้อหาที่แสดงถึงความทารุณ โหดร้าย และเนื้อหาที่สยดสยอง สะอิดสะเอียน อันมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจของประชาชนอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 37 วรรคแรก แห่งพ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 แต่การกระทำดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความจงใจ เป็นเพียงกระทำโดยไม่ได้ใช้ความระมัดระวัง ตมสมควรในฐานะผู้มีวิชาชีพในเรื่องดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นการกระทำคามผิดครั้งแรก ประกอบกับเป็การออกอากาศรายการในสถานีโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ไม่ได้ให้บริการเป็นการทั่วไป เมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมการกระทำและผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว กสท. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 (6) ประกอบมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และมาตรา 57 (2) และมาตรา 59 (3) พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 กำหนดโทษกำหนดโทษทางปกครองต่อบริษัทฯ โดยให้ชำระค่าปรับเป็นเงิน 50,000 บาท และให้ชำระภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการพิจารณาโทษปรับทางปกครองจากสำนักงาน กสทช. ทั้งนี้ หากบริษัทไม่พอใจในคำสั่งดังกล่าว บริษัทฯ มีสิทธิคัดค้านโต้แย้งได้ โดยยื่นคำฟ้องเป็นคดีต่อศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงาน กสทช.
    เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ในส่วนของกรณีการพิจารณาโทษปรับทางปกครองกับบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด นั้น เริ่มจากได้มีผู้ร้องเรียนต่อสำนักงาน กสทช. ขอให้ดำเนินการตรวจสอบการออกอากาศรายการไทยแลนด์ก็อททาเล้นท์ ซีซั่น 3 ปี 2013 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2556 เวลา 17.00-19.00 น. ว่ารายการดังกล่าวมีเนื้อหาที่เป็นการขัดต่อมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ต่อมาสำนักงาน กสทช. ได้แจ้งบริษัทฯ ในฐานะเป็นผู้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรทัศน์สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ทราบข้อร้องเรียนและเชิญบริษัทฯ มาให้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2557 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช. ตามมาตรา 27 (6) ประกอบมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ได้พิจารณาข้อร้องเรียน ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการประชุม ครั้งที่ 12/2557 แล้วเห็นว่า เนื้อหารายการตามที่ถูกร้องเรียนเป็นการเสนอถึงพฤติกรรมและการกระทำของผู้เข้าแข่งขันรายหนึ่งและภาพของผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พิธีกรบนเวที คณะกรรมการผู้ตัดสิน และผู้เข้าชมการบันทึกเทปรายการ ซึ่งมีกิริยาในลักษณะที่เป็นการต่อต้าน ไม่เห็นด้วย ไม่ยอมรับ ตำหนิติเตียน หัวเราะเยาะ ขบขันต่อพฤติกรรมหรือการกระทำของผู้เข้าแข่งขันรายดังกล่าวอันอาจจะก่อให้เกิดคามอับอาย รู้สึกถูกดูหมิ่น ดูถูก ต่อผู้เข้าแข่งขันและบุคคลในครอบครัว อันเป็นการนำการกระทำของบุคคลซึ่งแตกต่างหรือแปลกไปจากการกระทำของบุคคลอื่น มาใช้เพื่อการสร้างความนิยมหรือความต้องการให้ประชาชนติดตามชมรายการดังกล่าว โดยไม่พึงจะนึกถึงความรู้สึกของบุคคลผู้ถูกกระทำจึงถือเป็นเนื้อหารายการที่มีลักษณะเป็นการทำลาย หรือเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคล อันถือเป็นเนื้อหาที่มีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 37 วรรคแรก แห่งพ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ประกอบกับ ช่วงวันและเวลาดังกล่าว เป็นช่วงระยะเวลาที่มีเด็กและเยาวชนรับชมรายการเป็นจำนวนมาก ซึ่งการออกอากาศรายการดังกล่าว อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบในหมู่เด็กและเยาวชนต่อการแสดงออกของบุคคลอื่นในสังคม อีกทั้ง กสท. ได้เคยมีคำสั่งกำหนดโทษทางปกครองเนื่องจากการออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาต้องห้ามตามกฎหมาย และคำสั่งให้ระมัดระวังการออกอากาศรายการต่างๆ มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมการกระทำและผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว กสท. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 (6) ประกอบมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553  และมาตรา 57 (2) และมาตรา 59 (3) แห่งพ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 กำหนดโทษทางปกครองต่อบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโทรทัศน์สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 โดยให้ชำระค่าปรับเป็นเงิน 500,000 บาท และให้ชำระภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งการพิจารณาโทษปรับทางปกครองจากสำนักงาน กสทช. ทั้งนี้ หากบริษัทไม่พอใจในคำสั่งดังกล่าว บริษัทฯ มีสิทธิคัดค้านโต้แย้งได้ โดยยื่นคำฟ้องเป็นคดีต่อศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงาน กสทช. เช่นกัน

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Download

  • Press-Release-240457-สำนักงาน-กสทช-สั่งปรับ-บ-บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์-5-แสนบาทฯ.doc

Create by  - 2fellows  admin (3/14/2016 5:07:11 PM)