สำนักงาน กสทช. เปิด “ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย” จัดระเบียบคุ้มครองผู้บริโภค เร่งตรวจสอบเก็บหลักฐานสื่อวิทยุ–ทีวีใกล้ชิด 24 ชั่วโมง ประสาน อย. - สตช. ดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิด

วันนี้ (9 เม.ย. 57)  พลเอก ชูชาติ สุขสงวน  รองประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา พลอากาศเอก สุทธิพล ศรีกังวาน ที่ปรึกษา ประธานกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา  พลตำรวจตรี ประยุทธ ชวนะวงศ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พลตรี บำรุง        ศรีเสวก รองผู้อำนวยการ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และนายปรีชา ส่งกิตติสุนทร ผู้ช่วยราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ เข้าร่วมในพิธีเปิดศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย  สำนักงาน กสทช. ซอยพหลโยธิน 8 (สายลม ) กรุงเทพมหานคร

    นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า  สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)  ได้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย ขึ้น เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบเนื้อหาที่เผยแพร่ผ่านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พร้อมบันทึกเก็บเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งในปีแรกของการดำเนินการครอบคลุมจำนวน 80 สถานี  แบ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ ช่องรายการทีวีเคเบิ้ล รายการทีวีดาวเทียม รวม 40 สถานี  และสถานีวิทยุกระจายเสียงหลักและวิทยุกระจายเสียงชุมชนในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑลอีก 40 สถานี

    โดยระบบการตรวจสอบข้อความ เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย สามารถแบ่งได้เป็น 2 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ การตรวจสอบโดยระบบซอฟต์แวร์  และการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะทำหน้าที่ติดตาม (มอนิเตอร์) สปอตโฆษณา และเนื้อหารายการต่างๆ ทั้ง 80 สถานีตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบบวินาทีต่อวินาที  ซึ่งระบบการตรวจสอบนี้เป็นการใช้เทคโนโลยีเทียบเคียงเสียง     ที่เรียกว่า Audio Finger Print  จึงสามารถรายงานการออกอากาศทั้งหมดของโฆษณา หรือเนื้อหาที่กำหนดให้ตรวจสอบ ว่ามีการออกอากาศที่ช่อง หรือรายการใด  ในช่วงเวลาใด หรือจำนวนการออกอากาศเท่าไหร่ พร้อมทั้งจัดเก็บเนื้อหาโฆษณา เนื้อหารายการ และไฟล์เสียงออกอากาศย้อนหลังเพื่อใช้ในการอ้างอิงเนื้อหาการออกอากาศ โดยมีการแสดงผลการทำงานแบบ Real-time ทั้งนี้ระบบจะเก็บฐานข้อมูลโฆษณา (ดาต้าเบส) ไว้ที่เซิร์ฟเวอร์  เป็นเวลา 60 วัน

    นายฐากร กล่าวว่า กรณี พบข้อมูลที่เผยแพร่ออกอากาศนั้นผิดกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 112 หรือกรณีหมิ่นประมาท หรือโฆษณาเกินจริง โฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงเผยแพร่โฆษณาที่ไม่ได้ผ่านการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  สำนักงาน กสทช. จะเป็นศูนย์กลางจัดส่งข้อมูลที่รวบรวมเป็นรายงานประสานต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวต่อไป เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

    สำหรับศูนย์ตรวจสอบเนื้อหาวิทยุ และโทรทัศน์  ที่ผิดกฎหมาย นี้ จัดตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ตกเป็นเหยื่อสินค้า หรือบริการที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการโฆษณาสินค้า ตลอดจนป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคถูกชักจูงให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อประโยชน์ของผู้เผยแพร่โฆษณา เนื่องจากที่ผ่านมาการตรวจสอบข้อมูลที่ผิดกฎหมาย ไม่สามารถดำเนินการได้ทันท่วงที และขาดหลักฐานอย่างเพียงพอที่จะใช้ในการดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย

 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Create by  - 2fellows  admin (3/14/2016 5:34:00 PM)