“สุทธิพล”เตือนอย่าชะล่าใจกรณีพม่าปิดโรงงานส่งก๊าซกระตุกโอเปอร์เรเตอร์เตรียมมาตรการรับมือ-ย้ำผู้บริโภคต้องไม่ได้รับผลกระทบ

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกฎหมายในกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า  ตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานได้ออกมาประกาศเกี่ยวกับ “แผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน” เพื่อรับมือความเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าตกหรือไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ อันเนื่องมาจากกรณีที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าจะปิดซ่อมฐานและบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ระหว่างวันที่ 5 - 14  เมษายน 2556 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ประเทศไทยมีความต้องการในการใช้พลังงานจากไฟฟ้าเป็นอย่างมาก  จึงอาจส่งผลกระทบต่อกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า และเป็นเหตุให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อาจมีการหยุดการจ่ายกระแสไฟฟ้าในบางพื้นที่เป็นบางช่วงเวลาในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ทั้งนี้หากเกิดกรณีที่มีปัญหาการจ่ายกระแสไฟฟ้าในบางพื้นที่ขึ้นจริง และเป็นระยะเวลานานนั้น ก็อาจส่งผลกระทบถึงสถานีวิทยุคมนาคม (สถานีฐาน) ของโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งต้องใช้กระแสไฟฟ้าด้วย  

               อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการกำหนดแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานว่าสามารถจะบริหารจัดการกำลังไฟฟ้าสำรอง เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อการจ่ายกระแสไฟฟ้า หรือหากมีปัญหา ก็จะบริหารจัดการการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีผลกระทบแก่ประชาชนน้อยที่สุดแล้วก็ตาม  แต่เพื่อความไม่ประมาท และเป็นการเตรียมการรองรับเพื่อมิให้การให้บริการโทรคมนาคมต้องหยุดชะงักและส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ หากเกิดปัญหาในกรณีดังกล่าวข้างต้น  จึงเห็นควรให้สำนักงาน กสทช. มีการตื่นตัว แต่ไม่ตื่นตูม ใน 3 แนวทาง คือ  1. ติดตามสถานการณ์ในกรณีนี้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งศึกษาข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานดังกล่าว   2. แจ้งเตือนผู้ประกอบการที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้มีการเตรียมการและมีแผนรองรับที่เหมาะสม ต่อกรณีดังกล่าว ตามเงื่อนไขการอนุญาตฯ ในเรื่องเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติ และมาตรฐานของเครื่องและอุปกรณ์ระบบโทรคมนาคม  และ 3. ลงพื้นที่ตรวจสอบการเตรียมความพร้อมในส่วนของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าวด้วย  

              กรรมการ กสทช. ด้านกฎหมาย กล่าวด้วยว่า ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานระบุว่า ประเทศไทยต้องพึ่งพาพลังงานจากก๊าซในการผลิตไฟฟ้าถึง 70%  และก๊าซที่ส่งมาจากประเทศพม่าก็ถือเป็นแหล่งพลังงานหนึ่งที่นำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า  ซึ่งกำลังผลิตไฟฟ้าของไทยทั้งประเทศอยู่ที่  33,000 เมกะวัตต์ต่อวัน  โดยคาดการณ์ว่าในวันที่ 4 เมษายน 2556 ประเทศไทยมีความต้องการใช้ไฟฟ้าถึง 26,000 เมกะวัตต์ ส่วนในวันที่ 5 เมษายน 2556 มีความต้องการใช้ไฟฟ้า 25,000 เมกะวัตต์ และคาดการณ์กันว่าหากประเทศพม่าหยุดส่งก๊าซให้ไทยเพื่อทำการซ่อมบำรุงในวันที่ 5  เมษายนนี้ ก็จะเหลือพลังงานเพียง 690 เมกะวัตต์เท่านั้น  

               “แม้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะออกมายืนยันว่าสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างแน่นอนและมีประสิทธิภาพ  แต่ในส่วนของ กสทช.  โดย กทค. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมไม่ประมาท จึงมีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมืออยู่ตลอดเวลา เพื่อมิให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ หรือบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น” ดร.สุทธิพล กล่าวทิ้งท้าย

Download

  • เตือนอย่าชะล่าใจ-กรณีพม่าปิดโรงงานส่งก๊าซ.doc

Create by  - 2fellows  admin (3/30/2016 11:37:21 AM)