แถลงข่าว:เรื่อง SET-TOP-BOX เข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะศุกร์นี้ (8 ก.พ.56) และคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ขยายระยะเวลาการยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินกองทุนฯ ประจำปี 2556ไปจนถึงวันที่ 28 ก.พ. 56

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ จะมีการพิจารณาวาระการประชุม เรื่องแนวทางการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ตามที่ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ประธาน กสท. พันเอก ดร. นที ศุกลรัตน์) มีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการบรหารกองทุนฯ ขอให้นำเรื่องดังกล่าว ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม กสท. ครั้งที่ 3/2556 บรรจุเข้าในวาระการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ

               สำหรับแนวทางการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลที่ทาง กสท. เสนอมาสรุปได้ดังนี้ 1. การแจกจ่ายคูปองส่วนลดให้กับประชาชนทุกครัวเรือนโดยเท่าเทียมกัน (ประมาณ 22 ล้านครัวเรือน)  2. การแจกจ่ายคูปองส่วนลดจะใช้เงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่เพื่ออนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบธุรกิจในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  3. คูปองส่วนลดสามารถนำไปเลือกใช้ได้กับการจัดหาเครื่องรับโทรทัศน์ที่รับสัญญาณระบบดิจิตอลและอุปกรณ์แปลงสัญญาณระบบดิจิตอล (Set-Top-Box)  4. ควรกำหนดเป็นเงื่อนไขการประมูลให้ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ฯ สนับสนุนประชาชนให้ได้รับบริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลอย่างทั่วถึง โดยจะต้องสนับสนุนเป้นจำนวนเงินตามมูลค่าขั้นต่ำของคลื่นความถี่ที่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ เรื่องแนวทางการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ มีมติเป็นอย่างไร ก็จะได้นำมาแถลงให้สื่อมวลชนได้รับทราบต่อไป

               เลขาธิการ กสทช. ในฐานะกรรมการและเลขานุการกองทุนฯ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2556 มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินกองทุนฯ ประจำปี 2556 จากเดิมที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2556 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2556 เป็นเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2556 จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจมีโอกาสเข้ามาขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ 

โดยตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2556 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2556 ได้มีผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน เข้ามาแล้วจำนวน 33 โครงการ รวมเป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น 453.95 ล้านบาท ซึ่งหากแบ่งตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ ตามมาตรา 52 แห่งพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 จะพบว่ามี 6 โครงการ ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนตามวัตถุประสงค์ มาตรา 52 (1)  มี 17 โครงการ ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนตามวัตถุประสงค์ มาตรา 52 (2)  มี 8 โครงการ ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนตามวัตถุประสงค์ มาตรา 52 (3)  และมี 2 โครงการ ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนตามวัตถุประสงค์ มาตรา 52 (4)
นาฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ตามที่ กสทช. ได้กำหนดให้ปีนี้เป็นปีแห่งการคุ้มครองผู้บริโภค และได้มีการดำเนินการเพื่อให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองของ กสทช. ทั้งเรื่องการห้ามผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เรียกเก็บค่าบริการประเภทเสียงภายในประเทศ อัตราค่าบริการเกิน 99 สตางค์/นาที และค่าบริการในลักษณะเหมาจ่าย(โปรโมชั่น)เฉลี่ยแล้วเกิน 99 สตางค์/นาที  เรื่องการห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่กำหนดวันหมดอายุในระบบสำหรับหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน(พรีเพด) และเรื่องการกำหนดให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในการขอเปิดหมายเลขใหม่เพื่อใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบเติมเงิน (ซิมพรีเพด) ทุกครั้ง 
              ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือขอให้ชำระค่าปรับทางปกครองไปยังผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู มูฟ จำกัด เพื่อขอให้ชำระค่าปรับทางปกครองกรณีที่บริษัทฯ ยังกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเก็บเงินล่วงหน้า (กำหนดวันหมดอายุโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน) และแจ้งว่าสำนักงานฯ จะดำเนินการติดตามตรวจสอบว่าบริษัทฯ ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อ 11 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 และแจ้งสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าปรับทางปกครองกับบริษัทฯ ต่อไปหากผลการติดตามตรวจสอบพบว่า บริษัทฯ ยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 11 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ให้ถูกต้องครบถ้วน รวมถึงยังได้แจ้งผ่านสื่อมวลชนว่า หากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใดยังไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ กสทช. สำนักงาน กสทช. จะนำเรื่องเสนอคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ไม่ให้อนุมัติเลขหมายโทรคมนาคมใหม่ตามที่ผู้ให้บริการฯ ขอเข้ามา
เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ปีนี้ กสทช. มุ่งดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับการบริการที่มีคุณภาพ ในราคาที่เป็นธรรม ทั้งนี้ หากประชาชนผู้ใช้บริการมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้บริการ ไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนมายัง Call Center 1200 ได้

Download

สร้างโดย  - 2fellows  admin (30/3/2559 15:03:28)