การประชุม NBTC Symposium 2026 ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ
วันที่ 8–9 ตุลาคม 2569 สำนักงาน กสทช. โดย สำนักวิชาการต่างประเทศ สายงานวิชาการ ได้จัดการประชุม NBTC Symposium 2026 ณ ห้องวิมานรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดยมี นางสาวกอกนก กิจบาลจ่าย นักวิชาการนโยบายและแผนเชี่ยวชาญพิเศษ ให้เกียรติกล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วยนางรมิดา ลีลาพตะ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายงานวิชาการ กล่าวรายงานภาพรวมการประชุม ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย เอกอัครราชทูตและคณะทูตต่าง ประเทศประจำประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานองค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบัน การศึกษา รวมถึงผู้บริหารและพนักงาน กสทช. การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และวิสัยทัศน์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Beyond Volatility: Harnessing Resilience Through Dialogue”
การประชุมวันแรกภายใต้ประเด็น Energy & Security ได้หารือเกี่ยวกับอนาคตศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของไทยกับโจทย์พลังงานสะอาด แนวทางการพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Telecom) เพื่อมุ่งสู่ Net-Zero รวมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Agentic AI) กับการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยได้รับเกียรติจาก H.E. Ms. Armida Salsiah เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาพิเศษ
นอกจากนี้ การประชุมวันที่สองภายใต้ประเด็น Volatility & Disaster ได้แลกเปลี่ยนแนวทางการเสริมสร้างความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ผ่านเทคโนโลยีการเชื่อมต่อดาวเทียมสู่อุปกรณ์โดยตรง (D2D) จากประสบการณ์จริงในประเทศจีน การใช้โดรนเพื่อรับมือภัยพิบัติจากหลายภาคส่วน การสร้างความมั่นคงทางข้อมูลและอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ของไทยในโลกไร้พรมแดน ตลอดจนบทเรียนจากประเทศญี่ปุ่นด้านการจัดการภัยพิบัติและการสื่อสารในภาวะวิกฤต
ทั้งนี้ การประชุมจัดขึ้นในรูปแบบ Hybrid รองรับทั้งผู้เข้าร่วมแบบ Onsite และ Online โดยมีการบรรยายเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษพร้อมล่าม และมีระบบการบรรยายแทนเสียงแบบสด (Live Captioning) เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้อย่างทั่วถึงสำหรับประชากรทุกกลุ่ม
การจัดการประชุม NBTC Symposium 2026 ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับสำนักงาน กสทช. ในการนำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีจากทั่วโลกมาปรับใช้ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทย พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ และเป็นแนวทางในการวางรากฐานเชิงนโยบายที่ทันสมัย ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคตต่อไป
