ฉบับที่ 71/2569 - กสทช. อนุมัติงบประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีฯ พร้อมเดินหน้ามาตรการคุ้มครองผู้บริโภคและกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม

กสทช. อนุมัติงบประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีฯ พร้อมเดินหน้ามาตรการคุ้มครองผู้บริโภคและกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม

          เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2569 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการประชุม กสทช. ครั้งที่ 19/2569 ณ สำนักงาน กสทช. โดยในวันนี้มีวาระที่ผ่านการพิจารณารวมทั้งสิ้น 26 วาระ จาก 75 วาระ

          นางสาวอรดา เทพยายน รักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันนี้ กสทช. มีการประชุมวาระที่สำคัญ คือ วาระการสนับสนุนงบประมาณ การคุ้มครองผู้บริโภคและกำกับดูแลการประกอบกิจการ และวาระเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่

          วาระที่ 4.33 การขอรับการจัดสรรงบประมาณของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เพิ่มเติม เพื่อจัดทำโครงการและกิจกรรมประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ประชุม กสทช. พิจารณาให้ความเห็นชอบการขอรับการจัดสรรงบประมาณของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เพิ่มเติม เพื่อจัดทำโครงการและกิจกรรมประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวงเงินงบประมาณ 80.275 ล้านบาท

          การคุ้มครองผู้โภคและการกำกับดูแลการประกอบกิจการ
          วาระที่ 5.11 รายงานผลการดำเนินการทางปกครองกรณีบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด มีการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ พ.ศ. 2558 ที่ประชุม กสทช. พิจารณาให้ยุติกระบวนการทางปกครองในกรณีที่บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์ แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด มีการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามข้อ 5 (3) ของประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ พ.ศ. 2558 (ประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ) ตามคำสั่งระงับการกระทำการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ ตามหนังสือ ที่ สทช 2413/19735 ลงวันที่ 14 พ.ค. 2567 ซึ่งแจ้งคำสั่งตามมติ กสทช. ในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2567 ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบโดยได้ดำเนินการสืบค้นข้อมูลรายการส่งเสริมการขายอินเทอร์เน็ตความเร็ว 30 Mbps ประกอบกับได้ประสานงานกับ Call Center TRUE 1242 รวมทั้งสืบค้นผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันของบริษัทฯ แต่ไม่ปรากฏรายการส่งเสริมการขายดังกล่าวเสนอขายในท้องตลาด และไม่พบการโฆษณารายการส่งเสริมการขายดังกล่าวแล้ว จึงเป็นกรณีที่บริษัทฯ ได้ยุติการโฆษณารายการส่งเสริมการขายอินเทอร์เน็ตความเร็ว 30 Mbps ที่ไม่สามารถใช้งานได้จริง และเข้าข่ายเป็นการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคแล้ว ทั้งนี้ หากภายหลังจากที่สิ้นสุดกระบวนการบังคับทางปกครองแล้วพบว่า บริษัทฯ ได้มีการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ ในลักษณะเดียวกันอีก สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการตามกระบวนการทางปกครองตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป

          วาระที่ 5.12 เรื่องร้องเรียนบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กรณีผู้ร้องเรียนประสบปัญหาจากการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (รท. รร 474/2567) ที่ประชุม กสทช. พิจารณาเรื่องร้องเรียนบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กรณีประสบปัญหาจากการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยผู้ร้องเรียนถูกระงับสัญญาณโทรเข้า และระงับการรับ SMS แจ้งเตือน โดยมิได้แจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบล่วงหน้า ส่งผลให้ผู้ร้องเรียนได้รับความเสียหาย ผู้ร้องเรียนจึงต้องการยกเลิกบริการและคงสิทธิเลขหมายไปใช้บริการกับผู้ให้บริการรายอื่นโดยไม่มีค่าปรับ โดยที่ประชุม เห็นควรให้ระงับข้อพิพาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้ระงับและยกเลิกบริการโทรคมนาคมเป็นไปตามข้อ 28 (6) และข้อ 33 (2) ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 แล้ว โดยข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ร้องเรียนผิดนัดชำระค่าบริการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา 2 ครั้งติดต่อกัน จึงเป็นเหตุให้บริษัทฯ ระงับการให้บริการแต่ละช่วงเวลา โดยบริษัทฯ ได้มีการแจ้งค่าใช้บริการและแจ้งเตือนติดตามหนี้ให้ผู้ร้องเรียนทราบก่อนดำเนินการยกเลิกการให้บริการโทรคมนาคมแล้ว และปัจจุบันเลขหมายของผู้ร้องเรียนได้มีสถานะถูกยกเลิกบริการแล้วเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2567 สำนักงาน กสทช. จึงไม่อาจพิจารณาตามคำขอผู้ร้องเรียนได้ อย่างไรก็ตาม กรณีบริษัทฯ ดำเนินการระงับสัญญาณหรือยกเลิกบริการ เห็นควรกำชับให้บริษัทฯ ดำเนินการส่งข้อความสั้น (SMS) แจ้งเตือนให้แก่ผู้ใช้บริการทราบ ก่อนสิ้นสิทธิการใช้งานตามข้อ 14 (2) ของประกาศ กสทช. เรื่องการกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ
          และกรณีมีคำขอให้บริษัทฯ ยกเลิกสัญญาซื้อเครื่องราคาพิเศษโดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าผิดสัญญาของโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ร้องเรียนดังกล่าว เป็นกรณีที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่ได้กำหนดให้เป็นอำนาจของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้
          กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าบริษัทฯ ดำเนินการในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ พ.ศ. 2558 นั้น เห็นควรมีคำสั่งให้บริษัทระงับการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยให้ระงับการเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการรายนี้และรายอื่นในระหว่างที่บริษัทฯ มีการระงับบริการชั่วคราวโทรออก (Suspend One way) ทันที ตามข้อ 7 ของประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการกำหนดเงื่อนไขในการคิดค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร เป็นผลให้ผู้บริโภคเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ถือเป็นการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามข้อ 5 วรรคสอง (4) ของประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ
          ทั้งนี้ กรณีที่บริษัทฯ กระทำการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว กสทช. จะอาศัยอำนาจตามมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรฯ ประกอบกับข้อ 8 ของประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ ปรับทางปกครอง เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท และกรณีที่บริษัทฯ ยังคงฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง กสทช. จะปรับทางปกครองอีกเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท ต่อวัน ตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น ทั้งนี้ขอให้บริษัทฯ รายงานการดำเนินการตามคำสั่งมายังสำนักงาน กสทช. ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับคำสั่ง และเห็นควรให้แจ้งเวียนกรณีผู้ให้บริการมีการคิดค่าบริการในระหว่างที่มีการระงับบริการชั่วคราวโทรออก (Suspend One way) ให้ผู้ให้บริการรายอื่นทราบว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการกำหนดเงื่อนไขในการคิดค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม หรือมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควรเป็นผลให้ผู้บริโภคเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ถือเป็นการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามข้อ 5 วรรคสอง (4) ของประกาศการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ

          วาระที่ 5.13 เรื่องร้องเรียนบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กรณีผู้ร้องเรียนประสบปัญหาได้รับใบเสร็จรับเงิน โดยที่ไม่ใช่เลขหมายของตน (รท. รร 38/2569) จากกรณีที่มีผู้ร้องเรียนบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (บริษัทฯ) และขอให้ทางบริษัทฯ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับข้อเท็จจริง เรื่องการนำส่งเอกสารใบเสร็จรับเงินไปยังผู้ร้องเรียน และการเปิดบริการหมายเลข 06 XXXX 9500 ในนามผู้ร้องเรียน นั้น กสทช. มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ โดยเห็นควรให้ระงับข้อพิพาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่านำส่งเอกสารไม่ถูกต้อง และขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงได้ปรับปรุงและแก้ไขปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวแล้ว โดยแจ้งเป็นหนังสือ ที่ ACC 064/2569 ลงวันที่ 23 ม.ค. 2569 และหนังสือ ที่ ACC 136/2569 ลงวันที่ 10 ก.พ. 2569 ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้นำหนังสือดังกล่าวส่งไปยังผู้ร้องเรียนเรียบร้อยแล้ว และเนื่องจากเกินระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลการเปิดบริการเลขหมายดังกล่าวในนามของผู้ร้องเรียน ตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม ฉบับลงวันที่ 17 ส.ค. 2566 (ประกาศมาตรการคุ้มครองสิทธิฯ) จึงไม่อาจพิจารณาคำขอดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม เห็นควรให้บริษัทฯ ระมัดระวังเรื่องการลงทะเบียนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และให้ปรับปรุงระบบอยู่เสมอ เพื่อให้มีความรอบคอบและรัดกุมต่อไป ส่วนกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียนนั้น กสทช. ได้สั่งการ ให้แจ้งเตือนให้บริษัทฯ ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อ 6 และข้อ 11 ของประกาศมาตรการคุ้มครองสิทธิฯ ในการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการอย่างเคร่งครัด เนื่องจากกรณีที่บริษัทฯ นำส่งใบเสร็จรับเงินในนามของผู้ร้องเรียน โดยที่ผู้ร้องเรียนมิได้เป็นผู้ดำเนินการชำระเงิน และมิใช่เลขหมายของผู้ร้องเรียน ถือเป็นการนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียนไปใช้นอกเหนือการดำเนินการตามสัญญา ซึ่งเป็นกรณีที่บริษัทฯ มิได้ปฏิบัติตามข้อ 6 และข้อ 11 ของประกาศฉบับดังกล่าว 

          การจัดสรรคลื่นความถี่
          วาระที่ 4.5 (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อกิจการวิทยุคมนาคม และ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และการมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในการกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมและกิจการวิทยุคมนาคม ที่ประชุม กสทช. ให้ความเห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อกิจการวิทยุคมนาคม เพื่อให้สำนักงาน กสทช. นำ (ร่าง) ประกาศ ไปรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไป ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
          และให้ความเห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และการมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในการกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมและกิจการวิทยุคมนาคม เพื่อให้ กสทช. มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ตามร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อกิจการวิทยุคมนาคม ในคราวเดียวกัน และให้ความเห็นชอบแนวทางการจัดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไปต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช.

          วาระที่ 4.6 (ร่าง) ประกาศ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับการใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการเคลื่อนที่ทางทะเล จำนวน 2 ฉบับ ที่ประชุม กสทช. ให้ความเห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง แผนความถี่วิทยุกิจการเคลื่อนที่ทางทะเล ย่านความถี่ 2170 – 26175 กิโลเฮิรตซ์ และให้ความเห็นชอบในหลักการของ (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการเคลื่อนที่ทางทะเล และให้ความเห็นชอบต่อการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไปต่อ (ร่าง) ประกาศ กสทช. ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว

          วาระที่ 5.1 การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการทดลองหรือการทดสอบเป็นการชั่วคราว ในกิจการวิทยุคมนาคมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ประชุม กสทช. อนุญาตให้การรถไฟแห่งประเทศไทยใช้คลื่นความถี่ 1900 – 1910 MHz เพื่อการทดลองหรือทดสอบระบบ Future Mobile Communication System (FRMCS) เพื่อยืนยันความเหมาะสมและความปลอดภัยของการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง ตามแนวเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีนครราชสีมา สถานีขอนแก่น สถานีหนองคาย สถานีบ้านมะค่า และสถานีบ้านดงพลอง รวมถึงสถานีย่อยระหว่างทาง ระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ กสทช. มีมติ โดยมีเงื่อนไขตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการพิจารณาอนุญาตทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก ค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคม แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องตามการอนุญาตให้การรถไฟแห่งประเทศไทยใช้คลื่นความถี่ตามการอนุญาตในข้างต้น

          วาระที่ 5.2 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน เพื่อใช้ในการควมคุม ติดต่อสื่อสาร และสั่งการดาวเทียม GISTDA CUBE SAT 1 โดยใช้ข่ายงานดาวเทียม GISTDA CUBE SAT 1 (NGSO) ที่ประชุม กสทช. อนุมัติการจัดสรรคลื่นความถี่ให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ใช้คลื่นความถี่ย่าน S (ความถี่ 2068 – 2076 MHz ในกิจการปฏิบัติการอวกาศ (โลกสู่อวกาศ) และความถี่ 2246 – 2254 MHz ในกิจการปฏิบัติการอวกาศ (อวกาศสู่โลก)) สำหรับสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน เพื่อใช้ในการควบคุมติดต่อสื่อสาร และสั่งการดาวเทียม GISTDA CUBE SAT 1 โดยใช้ข่ายงานดาวเทียม GISTDA CUBE SAT 1 (NGSO) ณ สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียม อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมีเงื่อนไขตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอ และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการพิจารณาอนุญาตทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก ค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม และตั้งสถานีวิทยุคมนาคม แล้วแต่กรณี ให้สอดคล้องตามการอนุมัติการจัดสรรคลื่นความถี่ให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ในข้างต้น

          วาระที่ 5.3 สัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เลขที่ บ.22/2556 และ วาระที่ 5.4 สัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เลขที่ บ.16/2567 และ วาระที่ 5.5 ข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม เลขที่ บ.11/2560 ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 ที่ประชุม กสทช. ให้ความเห็นชอบผลการตรวจสอบสัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม (สัญญาฯ) ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เลขที่ บ.22/2556 และเห็นชอบผลการตรวจสอบสัญญาฯ ระหว่างการ กฟภ. กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เลขที่ บ.16/2567 และเห็นชอบผลการตรวจสอบข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม เลขที่ บ.11/2560 (ข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมฯ) ระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1
          ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และข้อ 47 ประกอบข้อ 27 ของประกาศ กสทช. เรื่อง การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2556 (ประกาศ กสทช.ฯ) เฉพาะการทำสัญญาฯ ดังกล่าว เท่าที่ระยะเวลาอายุใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม (ใบอนุญาตฯ) ของ กฟภ. (วันที่ 28 ก.พ. 2570) ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ใบอนุญาตของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายยังมีผลอยู่ ทั้งนี้ หากมีการต่ออายุใบอนุญาตฯ เรียบร้อยแล้ว และคู่สัญญาประสงค์จะใช้สัญญาฯ ให้ กฟภ. นำส่งสัญญาฯ ต่อ กสทช. เพื่อพิจารณาต่อไป และให้ กฟภ. เปิดเผยสัญญาฯ และเปิดเผยข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมฯ ตามข้อ 47 ประกอบข้อ 28 วรรคสอง ของประกาศ กสทช.ฯ และแนวทางการเปิดเผยสัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมเป็นการทั่วไป ตามมติ กสทช. ครั้งที่ 22/2563 เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2563

          วาระที่ 5.6 ข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของบริษัท แนท แอบโซลูท เทคโนโลยีส์ จำกัด (มหาชน) ที่ประชุม กสทช. เห็นชอบข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของบริษัท แนท แอบโซลูท เทคโนโลยีส์ จำกัด (มหาชน) และให้บริษัทดำเนินการเปิดเผยข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมเป็นการทั่วไปผ่านทางเว็บไซต์ของตนเองภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงาน กสทช. ตามข้อ 46 ประกอบข้อ 18 ของประกาศ กสทช. เรื่อง การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2556

          วาระที่ 5.7 การเปลี่ยนแปลงขอบเขตการอนุญาตของคลื่นความถี่ที่จัดสรรไว้เดิมของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ที่ประชุม กสทช. อนุมัติการเปลี่ยนแปลงขอบเขตการอนุญาตของ คลื่นความถี่ที่จัดสรรไว้เดิมของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) โดยตั้งสถานีภาคพื้นดิน ณ เลขที่ 50 หมู่ 1 ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และใช้คลื่นความถี่ย่าน C (Uplink : 6412 และ 6414 MHz ความกว้างแถบคลื่นความถี่ 800 kHz /Downlink : 4158 และ 4185.6 MHz ความกว้างแถบคลื่นความถี่ 400 kHz) ในกิจการประจำที่ผ่านดาวเทียม (FIXED SATELLITE SERVICE) สำหรับควมคุมดาวเทียมไทยคม 6 โดยมีเงื่อนไขตามข้อเสนอของสำนักงาน กสทช.

--------------------------------

Download

  • ฉบับที่-71-NBTC-Press-Release-26062569-การประชุม-กสทช-ครั้งที่-19.pdf

สร้างโดย  - ศาศวัต  พัวเวส (26/6/2569 15:38:56)

Download

Page views: 0